อ่านงบการเงินมาแล้วครับ
ขอข้ามเรื่องที่ขาดทุนมหาศาลต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนเพราะความผิดพลาดใน Options ไปนะครับ เรื่องนี้ลองไปหาดู มีคนวิเคราะห์ไว้เยอะแล้ว
นอกจากนี้ยังมีการใช้สิทธิ Stock Option ครั้งที่ 10 ไปบางส่วนด้วย แต่เนื่องจากทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก ผมจึงขอข้ามส่วนนี้ไปนะครับ
ส่วนที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจเป็นพิเศษคือ“หุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน ครั้งที่ 21 ถึง 24”
จากเรื่องราวที่ผ่านมาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงผมเลยลองสรุป Timeline มาให้ดูกันครับ
12 มิถุนายน: Metaplanet ประกาศ IR เรื่องการเข้าซื้อกิจการ Siiibo
โดยจะเข้าถือหุ้น Siiibo Securities แบบ 100% เพื่อใช้เป็นฐานในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับ Project Nova“หุ้นกู้ที่ผูกกับราคา BTC และอื่นๆ”อธิบายว่าจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รวมสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ BTC เข้าไว้ด้วยกัน รวมถึง Security Token (ST) เป็นต้น
10 กรกฎาคม: การแถลงข่าวร่วมกันอย่างเป็นทางการระหว่าง Metaplanet + Metaplanet Securities + JPYC + Progmat
พิจารณาใช้ BTC เป็น "สินทรัพย์ค้ำประกันหรือสินทรัพย์หลักในการเพิ่มความเชื่อถือ"สำหรับเครดิตดิจิทัล โดยพิจารณาใช้ ST ในการจัดการสิทธิ, ใช้ JPYC ในการจ่ายดอกเบี้ยและชำระคืน รวมถึงการทำธุรกรรมแบบ 24/7 ด้วย
23 ก.ค. โพสต์บน X ของ CEO Gerovich
ระบุ Roadmap 3 ขั้นตอน โดย "ขั้นที่ 1 = หุ้นบุริมสิทธิและหุ้นกู้ที่มีบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน ดอกเบี้ยประมาณ 4-6% ต่อปี"เผยรายละเอียดแผนงาน 3 ระยะ
27 ก.ค. รายงาน Benchmark จากการสัมภาษณ์คุณ Dylan LeClair ของ Metaplanet
เตรียมออกหุ้นกู้ชื่อ Bitbonds ที่มีบิตคอยน์ค้ำประกัน พร้อมดอกเบี้ย 4-6%เริ่มการออกจำหน่ายเป็นลำดับแรก
13 ส.ค. ประกาศ IR อย่างเป็นทางการจาก Metaplanet
เสร็จสิ้นการออก 「BitBonds」 งวดแรกประกาศ
ถ้าดูแค่ชื่อ เหมือนว่า Roadmap ระยะที่ 1 ของเดือนกรกฎาคมจะเริ่มนำมาใช้แล้ว แต่ในความเป็นจริงคือ
หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันในสกุลเงินเยนนั่นเอง
แถมยังไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) และแน่นอนว่าไม่มีการซื้อขายในตลาดรอง การขายคืนก่อนกำหนดต้องทำผ่านธุรกรรมนอกตลาด (OTC) ซึ่งทาง Metaplanet เองก็ไม่ได้การันตีว่าจะรับซื้อคืนด้วย
กล่าวคือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิแบบไม่มีหลักประกัน + ไม่มีเรตติ้ง + สภาพคล่องต่ำจะเป็นดังนี้ครับ
แต่จะทำแบบนั้นด้วยดอกเบี้ยแค่ 4% ก็นับว่าใจกล้าพอตัวเลยนะครับ 😆
การเสนอขายในวงจำกัด (Private Placement) ตามหลักการคือการชักชวนผู้ลงทุนไม่เกิน 49 ราย ซึ่งตามกฎการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์เป็นระบบที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะดังนั้น เหตุผลที่ต้องแบ่งเงิน 200 ล้านเยน ออกเป็น 4 รอบ รอบละ 50 ล้านเยน ก็เพื่อที่จะชักชวนนักลงทุนไม่เกิน 49 คนต่อรอบ และมองหานักลงทุนที่พร้อมจะลงเงินประมาณ 1 ล้านเยนคงจะมีจุดประสงค์แบบนั้นแหละครับ
ผมเองก็ลองเปิดบัญชีดูแล้วเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาจะติดต่อมาไหมนะ?
เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ทั้งเรื่องการใช้ Bitcoin ค้ำประกัน, อัตราดอกเบี้ยที่ผูกกับ Bitcoin, ดิจิทัลเครดิต และผลตอบแทนสูงสุด 6% แต่สุดท้ายก็เป็นแค่การประกาศลอยๆ ทั้งหมดเลย
ตรงส่วนนี้โครงสร้างเดียวกับบัตร Metaplanet เลยซึ่ง
ถ้าไม่มีลงไว้ใน IR ผมจะข้ามพวกโพสต์อวดเก่งใน SNS ไปให้หมดเลยครับ
ยุคนี้ดราม่าง่ายด้วย ผมว่าทัศนคติแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เห็นตอนแรกบอกว่าเป็นขั้นที่หนึ่งเรื่องการใช้ Bitcoin ค้ำประกันครั้งนี้ผมเลยขอตัดสินว่าเป็นขั้นที่ 0 แล้วกันจัดไปเรียบร้อยครับ
ข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม
ความคิดเห็น (5)
เพื่อแสดงความคิดเห็น
4
