$Meta Platforms (META.US)$ ในขณะที่ รายได้จากการโฆษณาคิดเป็นประมาณ 97.5% ของรายได้ทั้งหมดของ Meta แต่บริษัทก็ยังมีรายได้หลายพันล้านดอลลาร์จากช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่โฆษณา โดยในปี 2025 Meta มี รายได้รวมต่อปีทะลุ 2 แสนล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรก ซึ่งหมายความว่าแม้แต่เซกเมนต์ที่ไม่ใช่โฆษณาที่ดูเหมือนจะ "เล็ก" ก็ยังทำเงินได้มหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์เช่นกัน
🥽 1. Reality Labs (ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์)
แผนกฮาร์ดแวร์ของ Meta สร้าง รายได้ 2.21 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะยังขาดทุนสุทธิมหาศาลเนื่องจากการทุ่มงบวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างหนัก แต่นี่ก็ถือเป็นแหล่งรายได้ที่ไม่ใช่โฆษณาที่ใหญ่ที่สุดของ Meta
– ร้านค้าฮอไรซัน: Meta เก็บส่วนแบ่งแพลตฟอร์ม (คล้ายกับ App Store ของ Apple) จากยอดขายเกม, แอป และไอเทมเสมือนจริงที่ซื้อภายในระบบนิเวศ Virtual Reality ของตัวเอง
💬 2. บริการทางธุรกิจและรับส่งข้อความ
Meta สร้างรายได้ผ่านเครื่องมือสำหรับองค์กรแทนที่จะเป็นโฆษณาสำหรับผู้บริโภคทั่วไป โดยจัดอยู่ในกลุ่มรายได้ "Family of Apps Other"
– Business API: Meta เก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่เป็นรายข้อความในการโต้ตอบกับลูกค้า (เช่น การส่ง Boarding Pass, การอัปเดตสถานะการขนส่ง หรือการตอบกลับของฝ่ายบริการลูกค้า)
– ระบบ Click-to-Message: แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นโฆษณา แต่ธุรกิจต่างๆ จะจ่ายเงินให้ Meta ในอัตรา มาตรฐาน และ พรีเมียม เพื่อโฮสต์และจัดการระบบตอบกลับลูกค้าอัตโนมัติด้วย AI ภายใน Messenger และแอปข้อความต่างๆ
🌟 3. ระบบสมาชิกแบบชำระเงินและการยืนยันตัวตน
เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาแค่โฆษณาเพียงอย่างเดียว Meta ได้เปิดตัวโมเดลการสร้างรายได้จากผู้ใช้งานโดยตรง1]
– Meta Verified: บริการสมัครสมาชิกรายเดือนสำหรับผู้ใช้งาน Instagram และ Facebook (รวมถึงภาคธุรกิจ) ซึ่งจะได้รับเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีฟ้า การปกป้องบัญชีเชิงรุก และบริการช่วยเหลือลูกค้าโดยตรง
– การสมัครสมาชิกแบบไม่มีโฆษณา: ในบางภูมิภาคอย่างสหภาพยุโรป Meta มีการเสนอการสมัครสมาชิกรายเดือนแบบชำระเงิน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ Facebook และ Instagram ได้โดยไม่มีการติดตามข้อมูลและไม่มีโฆษณาคั่น
🎮 4. การซื้อภายในแอปและการให้สิทธิ์ใช้งาน (Licensing)
– Facebook Stars และของขวัญดิจิทัล: ผู้ใช้งานซื้อ "Stars" (สกุลเงินเสมือน) ด้วยเงินจริงเพื่อส่งเป็นทิปให้ครีเอเตอร์ระหว่างไลฟ์สดหรือใน Reels โดย Meta จะหักเปอร์เซ็นต์จากรายการธุรกรรมเหล่านี้
– การให้สิทธิ์ใช้งาน Llama ในเชิงพาณิชย์: แม้ว่าโมเดล Llama AI ของ Meta ส่วนใหญ่จะเป็นแบบโอเพนซอร์ส แต่เงื่อนไขการให้สิทธิ์ของ Meta กำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดยักษ์ (ที่มีผู้ใช้งานเกิน 700 ล้านคนต่อเดือน) ต้องซื้อใบอนุญาตเชิงพาณิชย์หากต้องการนำโมเดลไปใช้งาน
📊 สรุปภาพรวมสัดส่วนรายได้
ความแตกต่างอย่างมหาศาลระหว่างรายได้หลักจากโฆษณาและกลุ่มธุรกิจทางเลือกอื่นๆ ของ Meta มีรายละเอียดดังนี้:
โฆษณา (ธุรกิจหลัก) - โฆษณาบน Feed, Reels และ Stories ทั้งใน FB และ IG
5.94 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก Reality Labsเฮดเซต Quest, แว่น Ray-Ban, Horizon Store431 ล้านดอลลาร์ จากแอปในเครืออื่นๆ (Other)
ข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม
ความคิดเห็น
เพื่อแสดงความคิดเห็น
